SET Index เปิดปี 2024 ที่ 1,415 ปิดปีที่ 1,400 ขาดทุน 1.1% — ในปีที่ S&P 500 ให้ผลตอบแทน 23%
ช่องว่างนี้ ปกติคือพื้นที่ที่บทวิเคราะห์ในประเทศควรแสดงคุณค่า เพราะนักวิเคราะห์ต่างชาติไม่ได้ติดตามหุ้นไทยอย่างใกล้ชิด บ้านวิจัยในกรุงเทพฯ คือคนที่มีคอนเนคชั่น มี channel check มีภาษา ถ้าใครจะทาย SET ถูก ก็ควรเป็นพวกเขา
แต่ไม่มีใครทายถูกเลย
เป้าหมายปลายปีที่ไม่รอดความจริง
ต้นปี 2024 บ้านวิจัยใหญ่ของไทย — Asia Plus, KGI, บัวหลวง, Phillip, Maybank, กรุงศรี — ออกเป้าหมาย SET ปลายปี ตัวเลขกระจุกอยู่ระหว่าง 1,550 — 1,750 เรื่องเล่าที่ทุกบ้านพูดเหมือนกัน คือการฟื้นตัวของท่องเที่ยว Fed ลดดอกเบี้ย จีนเปิดประเทศ และการลงทุนภาครัฐ
ไตรมาส 3 ของปี SET ลงไปต่ำกว่า 1,300 ต่างชาติเทขายหุ้นต่อเนื่อง ประมาณการกำไรกลุ่มแบงก์และพลังงานถูกปรับลด ตัวเลขนักท่องเที่ยวออกมาดี แต่ท่องเที่ยวคิดเป็นกำไรของ SET ในสัดส่วนเล็ก
บ้านที่เริ่มปีที่เป้า 1,650 ปรับเหลือ 1,500 แล้ว 1,400 ส่วนใหญ่ปรับลดเป้าหมายเดือนตุลาคม — ในเวลาที่ดัชนีปรับตัวไปเรียบร้อยแล้ว
นี่ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของไทย เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมวิจัย แต่มีรสชาติแบบไทยอยู่
ทำไมฉันทามติในประเทศมักตรงกัน
เหตุผลเฉพาะของชุมชนวิจัยกรุงเทพฯ 3 ข้อ
หนึ่ง — บ้านวิจัยไทยแย่งลูกค้าสถาบันชุดเดียวกัน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัทประกัน นักลงทุนต่างชาติ และ Wealth Management สำหรับลูกค้ารายใหญ่ — มีไม่กี่ราย บทวิเคราะห์ที่ออกห่างจากฉันทามติ 20% เป็นการตัดสินใจที่กำหนดอาชีพ ถูกหรือผิด ก็ดังเหมือนกัน นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ไม่ได้รับเงินให้ดัง รับเงินให้ "ปกป้องได้"
สอง — ความสัมพันธ์สำคัญกว่าตัวเลข บ้านที่ปรับลดมุมมองบริษัทใหญ่แรงเกินไป เสี่ยงสูญเสียการเข้าถึงทีม IR ซึ่งคือต้นทางของ channel-check ที่ทำให้ลูกค้าซื้อบทวิเคราะห์ คณิตศาสตร์เรื่องนี้มีทิศทางเดียว — มาช้า 6 เดือนยังเก็บความสัมพันธ์ได้ Bearish ดังๆ เก็บไม่ได้
สาม — เรื่องเล่ามาจากต่างชาติ พอ Goldman ออกบทวิเคราะห์เกี่ยวกับไทย ทุกบ้านในประเทศอ่านในเช้าเดียวกัน มุมมองในประเทศมักยึดกับมุมมองต่างชาติ บวกการปรับเล็กๆ ผลคือทุกคนไปทางเดียวกันในธันวาคม
ตลาดพยากรณ์จะแสดงอะไร
ลองนึกถึงสัญญาที่ตัดสิน YES ถ้า "SET ปิดปี 2024 สูงกว่า 1,500" เป้าหมายของบ้านส่วนใหญ่บอกความน่าจะเป็นเหนือ 70%
ถ้ามีตลาดพยากรณ์จริงที่มีเงินจริงรองรับ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ในเดือนมีนาคม กระแสเงินไหลออกของรายย่อยจะดึงราคา YES ลงมาที่ 50¢ ในเดือนกรกฎาคม กับการเทขายของต่างชาติและกำไรที่อ่อนลง สัญญาจะซื้อขายที่ 22¢ ในเดือนตุลาคม ตอนที่บ้านวิจัยปรับเป้าหมายจริง สัญญาอยู่ที่ 8¢ มาแล้ว 2 เดือน
ตลาดพยากรณ์ไม่สนใจความสัมพันธ์กับ IR ไม่กลัวสูญเสียการเข้าถึง — แค่ตั้งราคาคำตอบ
ความหมายต่อพอร์ตของคุณ
ถ้าคุณเป็นนักลงทุนรายย่อยไทยที่อ่านบทวิจัยโบรก คุณควรรู้ว่าบทวิจัยนั้นเก่งและไม่เก่งในเรื่องอะไร
บทวิจัยเก่งระดับ — สร้างโมเดลกำไร ทำ channel check ประเมินคุณภาพผู้บริหาร แต่อ่อนเชิงโครงสร้าง — ในการฟันธงทิศทางดัชนีโดยรวม
วิธีใช้บทวิจัยให้ถูก คืออ่านการวิเคราะห์ ไม่สนเป้าหมายตัวเลขที่หัวข่าว เพราะตัวเลขนั้นเป็น "วัตถุทางสังคม" ความน่าจะเป็นที่คุณต้องการจริงๆ คือสิ่งที่ไม่มีใครตีพิมพ์
นั่นคือช่องว่างที่ตลาดพยากรณ์ภาษาไทยจะปิด
คำถามปี 2025
ต้นปี 2025 ชุมชนวิจัยเดิมออกเป้าหมาย SET ปลายปีอีกครั้ง คราวนี้กระจุกที่ 1,500 — 1,650 ระมัดระวังขึ้นเล็กน้อยหลังพลาดเป้าปี 2024 แต่ยังให้ทิศทางบวก
SET จะปิดปี 2025 สูงกว่า 1,500 ไหม คุณอ่านฉันทามติได้ — แต่ยังอ่านความน่าจะเป็นไม่ได้ จนกว่าตลาดจะเปิด
และราคาที่คุณจะเห็น ไม่ใช่บทวิจัย — เป็นค่าเฉลี่ยแบบเรียลไทม์ของนักลงทุนไทยทุกคนที่ลงเงินจริงบนคำตอบ นั่นคือตัวเลขเดียวที่มีค่าควรดู